สุดท้าย..

posted on 05 Jan 2012 13:22 by saayachan  in Talk
 
เมื่อวาน
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไรลงไป
มือพิมพ์คำๆนั้นไปแล้วก็กดตกลง 
 
ทำลงไปแล้วววววว 
จากวันนี้เราจะยืนหยัดด้วยตัวเองให้ได้
ไม่มีกิลเรากะอยู่ได้ ><
แค่กลับมาเป็นเหมือนเดิมน้อ 
 
ยังไงเราก็อยู่ด้วยตัวเองมาจนถึงเท่านั้นนี่
ใช้เวลากว่าสองเดือนมาจนถึงจุดนี้
แค่คนๆนึงที่ผ่านเข้ามา
ใช้เวลาสองอาทิตย์ที่เหมือนจะยาวนาน แต่ก็แสนสั้น
เวลาที่เราผ่านมันมาแบบงงๆ
เวลาที่คนๆหนึ่ง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอีกส่วนของเราได้ 
 
แปลกใจเหมือนกันว่ามันเร็วเกินไปรึเปล่า
เดินมาถึงจุดนี้เร็วไปมั้ย 
 
ทั้งๆที่เราต่างกันมาก..
ทั้งอายุ สถานะ ระยะทาง เวลา 
ฉันโกหกเธอ เธอยอมรับมัน
เธอยอมรับคำโกหกของฉัน บอกว่าไม่เป็นไร
ทั้งที่เราไม่ได้รู้จักกันเลย
ทำไมถึงบอกว่าไม่เป็นไรได้? 
 
บางที คงเป็นเพราะเราไม่รู้จักกันมั้ง
เพราะไม่รู้จักจึงทำความรู้จักกันได้
ในโลกเสมือนอันกว้างใหญ่แห่งนี้ 
 
และในโลกที่ไม่ต้องคำนึงถึงสถานะใดๆ
ฉันก็ได้ก้าวเข้าไปในสถานที่ของเธอ 
 
วันนี้ เมื่อเธอหายไป
 
ที่ๆเคยอยู่ บ้านเล็กๆที่อบอุ่น สนุกสนาน เป็นที่พักพิงแห่งใหม่
กลายเป็นสถานที่กว้างใหญ่..ยิ่งกว่ายุทธภพที่ว่ากว้างนัก 
 
มือของฉัน
จึงได้พิมพ์คำนั้นลงไป
กดลงไป ตอกย้ำคำตอบสุดท้าย
ที่พักพิงเล็กๆนั้น
ฉันก็เป็นคนเดินออกจากมันมา  
 
 
หวังลึกๆว่า 
 
จะได้กลับมากลับมาด้วยการฉุดดึงจากมือของเธอ 
ลาก่อนสำหรับตอนนี้ 
 
 
จาก แพนด้าของเธอ

.
..
 
 
 
 
หยุดวันปิยะฯที่ผ่านมามีโอกาสได้กลับบ้านที่พะเยา
 
แผนการคือเอาน้องต่าย อาหารฉุกเฉิน
เอ๊ย..สัตว์เลี้ยงในครอบครองกลับไปด้วย
เนื่องจากการเดินทางแบ่งเป็นสองช่วงคือ
 
ช่วงกำแพง-ลำปาง
อันนี้หายห่วง เพราะอาศัยนั่งรถหัวหน้า
 
ช่วงลำปาง-พะเยา อันนี้เริ่มปาดเหงื่อ
เพราะต้องอาศัยเมล์เขียวคู่บารมีชาวเหนือ -*-
 
หลังจากไปแอบอ่านๆๆ เคล็ดลับในการลักลอบ..เอ๊ย
พาน้องต่ายขึ้นรถแล้วก็มาจัดการ
 
 
 
 
แพ็คกระต่ายใส่กระเป๋า เหอๆๆๆ
 
แรกๆตอนจับยัดเจ้าเทอร์มิสยังซ่าตามประสามันอยู่
เดินไปนู่นมานี่ สำรวจรอบๆกรงไปมา
จ้องหน้า แล้วก็แทะๆกระเป๋า - -"
 
แต่พอเริ่มรู้ชะตากรรม
มันก็นิ่ง..ซุกตัวอยู่มุมกรง หึหึ
 
 
แล้วต่อไปก็มายลพาหนะกิตติมศักดิ์ของเรา
ไม่กล้าถ่ายมาก เพราะคนแน่น
กระเป๋าจะจ้องหน้าเอา
ตามเสต็ป มีกระเป๋ารถ พวงมาลัย และนางกวัก..
 
 
ส่วนเจ้าตัวแสบถูกจับวางไว้ตรงปลายเท้า
ลมโกรกเย็นสบาย..แต่รูดซิปปิดไว้
คนเยอะเกินอ่ะ กลัวจะมีคนหิวหน้ามืดขึ้นมา Kiss
 
 
 
สภาพพอๆกับรถเมล์กทม.
แต่ความแว้นจะน้อยกว่า
คนขับเปรี้ยวมาก ขับดริฟท์ผ่านช่องว่างอันน่าตื่นตะลึงได้
ท่าทางการดริฟท์ไม่น่าสยองเท่าไหร่
ยอมรับได้ๆ
 
 
 
 
ที่พึ่งหนึ่งเดียวระหว่างเดินทาง
ช่องระบายอากาศรอบทิศทาง
ควรเปิดเอาไว้จนสุด ไม่งั้นจะระทมมาก
เพราะทั้งร้อน+อับ+อากาศไม่ถ่ายเท
โชคดีได้นั่งแถวหน้าสุด ถ้ากลางๆ..ไม่อยากจะคิด -_-
 
 
 
 
เอาล่ะ ได้ที่นั่งแล้วก็สิงถาวรละ
สู้ๆพร้อมกับน้องโตชิบา
ฟ้าถล่มดินทลายข้าก็จะไม่ลุก -*-
ณ จุดนี้ขอเป็นคนไทยแล้งน้ำใจหน่อย
 
 
ป.ล.ตอนหลังมีผู้โดยสารขึ้นมาเพิ่ม
เจ้าต่ายซ่าเลยถูกย้ายไปไว้บนที่วางสัมภาระเหนือศีรษะ
แต่ขอโทษเถอะ ที่วางมันติดพัดลม
เย็นสบายกว่าแม่อีกนะลูก
 
 
ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะคนแน่นเกิน
 
 
 
ป.ล.(อีกที) จบเหอะๆๆ
 
 
 
tinmai Rx 10:13 25/10/2554

ด้านมืดของดวงจันทร์

posted on 04 Oct 2011 09:20 by saayachan  in Talk
 
ไม่ว่าอะไรก็ย่อมจะมีด้านมืดด้วยกันทั้งนั้น
 
พระอาทิตย์กับพระจันทร์
กลางวันกับกลางคืน
แสงสว่างกับความมืด
ความหวังกับความสิ้นหวัง
 
ทุกอย่างย่อมมีด้านตรงข้าม..
ไม่เว้นแม้แต่ตัวเรา
มีด้านมืดในจิตใจอยู่..มากน้อยแตกต่างกันไป
 
หลายๆคนเลือกที่จะเก็บด้านมืดไว้ไม่ให้ใครเห็น
เลือกที่ีจะแสดงเฉพาะด้านดีๆให้คนอื่นเห็น
เก็บมันเอาไว้ เก็บเอาไว้
ทับถมลงไปเรื่อยๆ
 
ความมืดที่ทับซ้อนลงไป
ค่อยๆทาทับหัวใจให้เป็นรอยด่าง..ดำมืดลง
 
ดีแล้วหรือที่จะเก็บความมืดนั้นเองไว้
ดีแล้วหรือที่จะกดเก็บ..ตัวเราอีกคนหนึ่งเอาไว้
จะเก็บไว้ได้นานแค่ไหน ก่อนหัวใจจะพังทลาย
 
จะดีกว่ามั้ยถ้าจะปล่อยมันไป
จะดีกว่ามั้ยถ้าจะเปิดเผย..ด้านมืดออกมา
จะมากจะน้อย เลิกที่จะหยุดมันเอาไว้ดีมั้ย
 
 
ด้านดีๆ สิ่งดีๆที่คนอื่นมองเห็นทำให้ 'คนอื่น' สบายใจ
 
แต่ด้านมืด..ไม่เป็นไร
ให้เราสบายใจก็พอ
 
 
Tinmai Rx
10:04 4/10/2554